ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา

ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว

ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว



ข่าวด่วน มหากุศล









สมเด็จพระพุทธกัส สปสัมมาสัมพุทธเจ้า(หน้าตัก ๘ ศอก) ศูนย์พุทธศรัทธา ขณะนี้ผิวบางส่วนชำรุด จะซ่อมแซมและทาสีใหม่ เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลมหาราช ในศุภวาระมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ ๘๔ พรรษา
ท่านที่มีจิตศรัทธาจะร่วมทำบุญ สามารถร่วมบุญได้ตามกำลังศรัทธาโดย :

ส่งเป็นธนาณัติ สั่งจ่าย : ปณ.บ้านหมอ ในนาม ศูนย์พุทธศรัทธา
๗๗ หมู่ ๗ ต.บ้านหมอ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ๑๘๑๓๐

โอนปัจจัยผ่านธนาคาร : ธนาคารกสิกรไทย จำกัดสาขาพระพุทธบาท
ชื่อบัญชี นายชนะ สิริไพโรจน์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 211-2-32879-6
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทรฯ : 036-201600, 084-1076106, 081-9370244



*********************************



*ร่วมสร้างตึกสงฆ์อาพาธ(คลิ๊ก)*



โครงการช่วยชาติ โดยหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน


ขอกราบท่านหลวงตาพระมหาบัวด้วยความเคารพยิ่ง หากข้าพเจ้าได้ล่วงเกินท่านหลวงตาไม่ว่าจะทางกาย

ทางวาจา ทางใจทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งที่เจตนาและไม่เจตนาก็ดี ขอท่านหลวงตาได้โปรดอดโทษและอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า
เพื่อเป็นการสำรวมระวังในการสืบไป
.--------------------------------------------------------------------




เพื่อให้คนละชั่ว ทำดี และ ทำใจให้ผ่องใสจากกิเลศ.
ศูนย์ ประชาสัมพันธ์เวปพลังจิต

--------------------------------------------------------



-------------------------------------------------------



ผู้ใจบุญท่านใดสนใจเป็นเจ้าภาพสามารถติดต่อโดยตรงได้ที่
พระอภิชาติ โกวิทโท เจ้าอาวาสวัดหนองคอนแสน
ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี
( 082-8381723)
หรือสามารถโอนบริจาคได้ที่
ธ.กสิกรไทย สาขาถนนประจักษ์อุดรธานี
เลขที่บัญชี 3422462243
ชื่อบัญชีวัดป่าหนองคอนแสน
โดยพระอภิชาติ คำหนองคู นายสุพรรณ พรมถาวร


และนายแสงจันทร์ สมบุตร นายสุกิจบุญกอง
จึงเรียนมาเพื่อขอความอนุเคราะห์



*********************



โรงเรียน บ้านกุดแคน
รับบริจาค หนังสืออ่านนอกเวลา

และอุปกรณ์กีฬา ท่านใดเมตตาบริจาคได้ที่

อาจารย์มรุต บุดดีเหมือน โทร. 086-7625209
ร.ร. บ้านกุดแคน ต.โนนทอง อ.หนองเรือ
จ. ขอนแก่น 40210
**********************


ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างพระพุทธรูปหน้าตัก 15 เมตร
สถานปฏิบัติธรรม วัดซับไพเราะ
สร้างฐานพระหน้าตัก 15 เมตร ,โรงทาน,โรงครัว,อื่นๆ
สถานที่ก่อสร้าง ณ วัดซับไพเราะ ต.ซับไม้แดง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์

ประสานงานโดยตรง หลวงตาสมชาย

089-0380094, 087-8324715
หรือร่วมทำบุญผ่านเลขที่บัญชี ธนาคารกสิกรไทย

สาขาซับสมอทอด เลขที่บัญชี
206-2-35500-2

ชื่อบัญชีพระสมชาย หงวนกระโทก



*****************************************
นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา

ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว

หนังสือธรรมของมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ สำหรับ DownLoad

เหตุผลในการกำหนดอิริยาบถ (197 kb)


แสงสว่างของชีวิต-1 (642 kb)


แสงสว่างของชีวิต-2 (532 kb)


แสงสว่างของชีวิต-3 (1,006 kb)


แสงสว่างของชีวิต-4 (377 kb)


แสงสว่างของชีวิต-5 (146 kb)


สสาร-พลังงานในพระพุทธศาสนา (640 kb)


คนตายแล้ว-เกิดได้อย่างไร (229 kb)


คนเป็นกะเทยได้อย่างไร (583 kb)


ความฝัน (602 kb)


ความมหัศจรรย์ของจิต (645 kb)


ชีวิตภายหลังความตาย (214 kb)


ตายแล้วไปไหน (209 kb)


จริต(110 kb)


ก้าวแรกของวิปัสสนา (63 kb)


ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา (334 kb)


บันไดสู่สติปัฏฐาน (63 kb)


ผู้ถึงกระแสพระนิพพาน (169 kb)


วิสุทธิในมรรคแห่งวิปัสสนาญาณ (156 kb)


สุดทางพ้นทุกข์ (214 kb)


ยาแก้เหงา (74 kb)


การพิทักษ์พระพุทธศาสนา (206 kb)


บาปและบุญเรื่องเก่าที่ต้องการสอน (26 kb)


ของขวัญจากพ่อ (34 kb)


คำเย็นๆ จากพ่อ (44 kb)


๙๙ ประทีปธรรมชีวิตหลวงพ่อเสือ (32 kb)


ถาม-ตอบด้านวิปัสสนากรรมฐาน (63 kb)


ต้องการนิพพานต้องรู้ถูก (63 kb)


ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ (457 kb)


บทนำพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ (104 kb)


มรรคาแห่งสันติสุข (210 kb)


ความฝัน (281 kb)


มารู้จักบุญกันเถิด (91 kb)


ผลแห่งกรรม (56 kb)


โยนิโสมนสิการ (106 kb)


วิปัสสนาคืออะไรกันแน่ (261 kb)


อบรมวิปัสสนา-1 (51 kb)


อบรมวิปัสสนา-2 (172 kb)


กวีธรรม-1 (1,647 kb)


กวีธรรม-2 (1,070 kb)


เงาใจในสายรัก (661 kb)


เพียงเพื่อความสุข (124 kb)


เสียงกระซิบข้างหัวใจ (343 kb)


บันทึกรักจากแม่ (353 kb)


เพียงเงารัก-1 ( 940 kb)


เพียงเงารัก-2 (749 kb)


เพียงเงารัก-3 (598 kb)


เพียงเงารัก-4 (437 kb)


เพียงเงารัก-5 (835 kb)

คำอธิษฐานของข้าพเจ้า โดย สุชีพ ปุญญานุภาพ





คำอธิษฐานของข้าพเจ้า โดย สุชีพ ปุญญานุภาพ
 

สมาคมพระพุทธศาสนาแห่งหนึ่งประกาศชักชวน ประชาชนให้ส่งข้อเขียนเรื่อง " ถ้าข้าพเจ้าจะเปิดเผยความปรารถนาหรือคำอธิษฐาน" ไปที่สมาคม ฉบับของใครดีที่สุดจะได้รับรางวัล แต่รางวัลนั้นก็แปลกอยู่ คือแทนที่จะเป็นเงินเป็นทองหรือของที่ระลึก กลับเป็นว่าข้อเขียนของผู้นั้นจะได้รับการพิจารณาจัดพิมพ์ในวารสารของสมาคม ที่ออกเป็นประจำนั้นส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งจะจัดพิมพ์เป็น ใบปลิวหรือจุลสารสำหรับแจกแก่ประชาชน

เพราะฉะนั้นรางวัลดังกล่าวนี้ ก็คือการได้มีส่วนช่วยกันบำเพ็ญประโยชน์แก่คนทั่วไป ซึ่งทางสมาคมถือว่าสูงกว่าการได้เงินทองหรือสิ่งของ

ข้อกำหนดนั้นมีอยู่ว่า ถ้าท่านจะตั้งความปรารถนาใดๆ หรืออธิษฐานจิตเพื่ออะไรในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชน และถ้าท่านจะเปิดเผยความปรารถนาหรือ คำอธิษฐานนั้นให้คนอื่นได้ทราบบ้าง ก็ขอให้เขียนมาเป็นข้อ ๆ ไม่เกิน ๑๐ ข้อ และจะอธิบายคลุมทั้งหมดได้ แต่คำอธิบายทั้งหมดนั้นจะต้องไม่ยาวเกิน ๑ หน้ากระดาษ
คนที่ได้ทราบประกาศนี้พากันสนใจ ที่เห็นว่าเป็นการประกวดไม่ซ้ำแบบใคร และมีทีท่าว่าเป็นคำสอนไปในตัวของสมาคมพระพุทธศาสนาแห่งนั้น ตั้งแต่เริ่มประกาศให้ประชาชนรู้ คือเป็นคำสอนแบบให้คิดเอาเอง ใครคิดเป็นก็ได้รับคำสอนมาก ใครคิดไม่เป็นหรือคิดไม่ออก ประกาศนั้นไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไร แต่กลับให้สติที่จะช่วยกันบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนด้วย

กรรมการสมาคมปรึกษากันว่า ผู้ส่งข้อความเข้าประกวดถ้ามีถึง ๑๐ คน ก็นับว่าน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งแล้ว แต่กลับปรากฎว่ามีผู้ส่งข้อความเข้าประกวดอย่างมากมายเกินที่คาดคิดไว้ คณะกรรมการของสมาคมต้องตรวจข้อเขียนที่ส่งมาประกวดนั้นอย่างเคร่งเครียด

ในจำนวนข้อเขียนหลายร้อยฉบับ มีอยู่ฉบับหนึ่งที่เขียนส่งมาเฉพาะ คำแสดงความปรารถนา หรือคำอธิษฐาน รวม ๑๐ ข้อ ไม่มีคำอธิบายประกอบ ในการนี้ผู้ส่งมากล่าวว่าเห็นว่าคำอธิษฐานเหล่านี้ชัดเจนในตัวแล้วจึงไม่จำเป็นต้องเขียนอธิบายเพิ่มเติมอีก เว้นไว้แต่ตอนท้ายคำอธิษฐาน ได้กล่าวสรุปไว้เพื่อให้เห็นว่า ตัวผู้เขียนยังไม่ดีพอ จึงต้องมีหลักฐานไว้เตือนตัวเอง และที่แปลกก็คือ เป็นคำอธิษฐานเพื่อคุณธรรม มากกว่าการขอทรัพย์สมบัติใด ๆ

คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ ตัดสินให้ข้อเขียนของผู้นั้นได้รางวัลที่ 1 แต่ก็ไม่สามารถทราบได้ว่าผู้นั้นเป็นใคร เพราะมิได้ให้ชื่อที่อยู่กำกับไว้ด้วย

ข้อเขียนที่แสดงถึงความปรารถนาหรือคำอธิษฐาน ๑๐ ประการนั้น มีดังต่อไปนี้

๑. ขออย่าให้ข้าพเจ้าเป็นคนคิดจะได้ดีอะไรอย่างลอย ๆ นั่งนอนคอยแต่โชควาสนา โดยไม่ลงมือทำความดี หรือไม่เพียรพยายาม สร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ตน ถ้าข้าพเจ้าจะได้ดีอะไรก็ขอให้ได้ เพราะทำได้ทำความดีอย่างสมเหตุผลเถิด

๒. ขออย่าให้ข้าพเจ้าเป็นคนลืมตนดูหมิ่นเหยียดหยามใคร ๆ ซึ่งอาจด้อยกว่าในทางตำแหน่ง ฐานะการเงิน หรือ ในทางวิชาความรู้ ขอให้ข้าพเจ้ามีความเห็นอกเห็นใจคนอื่น ให้เกียรติแก่เขาตามความเหมาะสมในการติดต่อ เกี่ยวข้องกันเถิด อย่าแสดงอาการข่มขู่เยาะเย้ยใครๆ ด้วยประการใดๆเลย ก็ขอให้มีความอ่อนโยน นุ่มนวล สุภาพเรียบร้อยเถิด

๓. ถ้าใครพลาดพลั้งลงในการครองชีวิตหรือ ต้องประสบความทุกข์ ความเดือดร้อนเพราะเหตุใดๆก็ตาม ขออย่าให้ข้าพเจ้าเหยียบย่ำซ้ำเติมคนเหล่านั้น แต่จงมีความกรุณาหาทางช่วยเขาลุกขึ้น ช่วยผ่อนคลายความทุกข์ร้อนแก่เขาเท่าที่จะสามารถทำได้

๔. ใครก็ตามที่มีความรู้ความสามารถขึ้นมาเท่าเทียม หรือเกือบเท่าเทียมข้าพเจ้าก็ดี มีความรู้ความสามารถหรือ มีผลงานอันปรากฏดีเด่น สูงส่งอย่างน่านิยมยกย่องยิ่งกว่าข้าพเจ้า ขออย่าให้ข้าพเจ้ารู้สึกริษยาหรือกังวลใจในความเจริญของผู้นั้นเลยแม้แต่น้อย ขอให้ข้าพเจ้าพลอยยินดีในความดี ความรู้ความสามารถของบุคคลเหล่านั้นด้วยใจจริง ช่วยส่งเสริมสนับสนุน และให้กำลังใจแก่คนเหล่านั้น อันเข้าลักษณะการมีมุทิตาจิตในพระพุทธศาสนา ซึ่งตรงกันข้ามกับความริษยา ขออย่าให้เป็นอย่างบางคน ที่เกรงนักหนาว่าคนอื่น จะดีเท่าเทียมหรือดียิ่งกว่าตน คอยหาทางพูดจาติเตียนใส่ไคล้ให้คนทั้งหลายเห็นว่าผู้นั้นยังบกพร่องอย่างนั้นอย่างนี้ ขอให้ข้าพเจ้ามีน้ำใจสะอาด พูดส่งเสริมยกย่องผู้อื่นควรยกย่องเถิด
๕. ขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้มีน้ำใจเข็มแข็งอดทน อย่าเป็นคนขี้บ่น ในเมื่อมีความยากลำบากอะไรเกิดขึ้น ขอให้มีกำลังใจต่อสู้กับความยากลำบากนั้น ๆ โดยไม่ต้องอ้อนวอนให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาช่วยขออย่าเป็นคนอ่อนแอเหลียวหาที่พึ่ง เพราะไม่รู้จักทำตนให้เป็นที่พึ่งของตนเลย ขออย่าให้ข้าพเจ้าเป็นคนชอบได้อภิสิทธิ์ คือ สิทธิเหนือคนอื่น เช่น ไปตรวจที่โรงพยาบาล ก็ขอให้พอใจนั่งคอยตามลำดับ อย่าวุ่นวายจะเข้าตรวจก่อนทั้งที่ตนไปถึงทีหลัง ในการสอบแข่งขันเพื่อคัดเลือกใด ๆขออย่าให้ข้าพเจ้าคิดหาวิธีลัดหรือวิธีทุจริตใดๆ รวมทั้งขออย่าได้วิ่งเต้นเข้าหาคนนั้นคนนี้ เพื่อให้เขาช่วยให้ได้ ผลดีกว่าคนอื่น ทั้งๆที่ข้าพเจ้าอาจมีคะแนนสู้คนอื่นไม่ได้เถิด

๖. ข้าพเจ้าทำงานที่ใด ขออย่าให้ข้าพเจ้าคิดเอาเปรียบหรือคิดเอาแต่ได้ในทางส่วนตัว เช่น เถลไถลไม่ทำงานรีบเลิกงานก่อนกำหนดเวลา ขอจงมีความขยันหมั่นเพียร พอใจในการทำงานให้ได้ผลดี ด้วยความตั้งใจและเต็มใจเพื่อประโยชน์ของตนเอง ฉะนั้นเถิด

อันเนื่องมาแต่ความไม่คิดเอาเปรียบในข้อนี้ ถ้าข้าพเจ้าบังเอิญก้ำเกินข้าวของ ของที่ทำงานไปในทางส่วนตัวได้บ้าง เช่น กระดาษ ซอง หรือ เครื่องใช้ใด ๆ ขอให้ข้าพเจ้าระลึกอยู่เสมอว่าเป็นหนี้อยู่และพยายามใช้หนี้คืนด้วยการซื้อใช้ หรือทำงานให้มากกว่า ที่กำหนด เพื่อเป็นการชดเชยความก้ำเกินนั้น

ข้อนี้รวมทั้ง ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเอาเปรียบชาติบ้านเมืองเช่น ในเรื่องการเสียภาษีอากร ถ้ารู้ว่ายังเสียน้อยไปกว่าที่ควร หรือตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ขอให้ข้าพเจ้ามีความตั้งใจที่จะชดใช้แก่ชาติบ้านเมืองอยู่เสมอ เมื่อมีโอกาสตอบแทนเมื่อไร ขอให้รีบตอบแทนโดยทันที

เช่น ในรูปแห่งการบริจาคบำรุงโรงพยาบาล บำรุงการศึกษาหรือบริจาคเพื่อสาธารณะประโยชน์อื่น ๆ แบบบริจาคให้ มากกว่าที่รู้สึกว่ายังเป็นหนี้ชาติบ้านเมืองอยู่เสมอ และในข้อนี้ขอให้ข้าพเจ้าปฏิบัติแม้ต่อเอกชนใด ๆ ขออย่าให้ข้าพเจ้าคิดเอาเปรียบหรือโกงใครเลยแม้แต่น้อย แม้แต่จะซื้อของ ถ้าเขาถอนเงินเกินมา ก็ขอให้ข้าพเจ้ายินดี คืนให้เขากลับไปเถิด อย่ายินดีว่ามีลาภ เพราะเขาทอนเงิน เกินมาให้เลย

๗. ขออย่าให้ข้าพเจ้ามักใหญ่ใฝ่สูง อยากมีหน้ามีตาอยากมีอำนาจ อยากเป็นใหญ่เป็นโต ขอให้ข้าพเจ้าใฝ่สงบมีความเป็นอยู่อย่างง่าย ๆ ไม่ต้องเดือดร้อนในเรื่องการแข่งดีกับใคร ๆ ทั้งนี้เพราะข้าพเจ้าพอจะเดาได้ว่า ความมักใหญ่ใฝ่สูง ความหยากมีหน้ามีตา ความอยากมีอำนาจ และอยากเป็นใหญ่เป็นโตนั้น มันเผาให้เร่าร้อน ยิ่งต้องแข่งดีกับใคร ๆ ด้วยก็ยิ่งทำให้เกิดความคิดริษยา คิดให้ร้ายคู่แข่งขัน ถ้าอยู่อย่างใฝ่สงบ มีความเป็นอยู่อย่างง่าย ๆ ก็จะเย็นอกเย็นใจ ไม่ต้องนอนก่ายหน้าผากถอนใจเพราะเกรงคู่แข่งจะชนะ ไม่ต้องทอดถอนใจเพราะไม่สมหวัง
ขอให้ข้าพเจ้ามีความเข้าใจซาบซึ้งในพระพุทธภาษิตว่า "ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมอยู่เป็นทุกข์ ละความชนะความแพ้เสียได้ ย่อมอยู่เป็นสุข" ดังนี้เถิด

แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า เมื่อใฝ่สงบแล้ว ข้าพเจ้าจะต้องอยู่อย่างเกียจคร้าน ไม่สร้างความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม ข้าพเจ้าทราบดีว่าพระพุทธศาสนามิได้สอนให้คนเกียจคร้าน งอมืองอเท้า แต่สอนให้มีความบากบั่นก้าวหน้าในทางที่ดี ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม และความบากบั่นก้าวหน้า ดังกล่าวนั้น ไม่จำเป็นต้องผูกพันอยู่กับความทะยานอยาก หรือความมักใหญ่ใฝ่สูงใด ๆ คงทำงานไปตามหน้าที่ให้ดีที่สุด ผลดีก็จะเกิดตามมาเอง

๘. ขอให้ข้าพเจ้าหมั่นปลูกฝั่งความรู้สึกมีเมตตาปรารถนาดีต่อผู้อื่น และมีกรุณาคิดจะช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ซึ่งพระพุทธเจ้าแนะนำให้ปูพื้นจิตใจด้วยเมตตากรุณาดังกล่าวนี้อยู่เสมอ จนกระทั่งไม่รู้สึกว่ามีใครเป็นศัตรูที่จะต้องคิดกำจัดตัดรอนเข้าให้ถึงความพินาศ

ใครไม่ดี ใครทำชั่วทำผิดขอให้เขาคิดได้กลับตัวได้เสียเถิด อย่าทำผิดทำชั่วอีกเลย ถ้ายังขืนทำต่อไปก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เขาจะต้องรับผลแห่งกรรมชั่วของเขาเอง เราไม่ต้องคิดแช่งชักให้เขาพินาศ เขาก็จะต้องถึงความพินาศของเขาอยู่แล้ว จะต้องแช่งให้ใจเราเดือดร้อนทำไม

ขอให้ความเมตตาคิดจะให้เป็นสุข และกรุณาคิดจะช่วยให้พ้นทุกข์ซึ่งข้าพเจ้าปลูกฝังขึ้นในจิตใจนั้น จงอย่าเป็นไปในวงแคบและวงจำกัด ขอจงเป็นไปทั้งในมนุษย์และสัตว์ทุกประเภท รวมทั้งสัตว์ดิรัจฉานด้วย เพราะไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์เหล่านั้น ต่างก็รักสุขเกลียดทุกข์ รู้จักรักตนเองปรารถนาดีต่อตนเองด้วยกันทั้งสิ้น

๙. ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนโกรธง่าย ต่างว่าจะโกรธบ้าง ก็ขอให้มีสติรู้ตัวโดยเร็วว่ากำลังโกรธ จะได้สอนใจตนเองให้บรรเทาความโกรธลง หรือถ้าห้ามใจให้โกรธไม่ได้ ก็ขออย่าให้ถึงกับคิดประทุษร้ายผู้อื่น หรือคิดอยากให้เขาถึงความพินาศ ซึ่งนับเป็นมโนทุจริตเลย

ขอจงสามารถควบคุมจิตใจให้เป็นปรกติได้โดยรวดเร็ว เมื่อมีความไม่พอใจหรือความโกรธเกิดขึ้นเถิด และเนื่องมาจากความปรารถนาข้อนี้ ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนผูกโกรธ ให้รู้จักให้อภัย ทำใจให้ปลอดโปร่งจากการผูกอาฆาตจองเวร

ขอให้มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น โดยรู้จักเปรียบเทียบกับตัวข้าพเจ้าเองว่าข้าพเจ้าเองก็อาจทำผิด พูดผิด คิดผิด หรือ อาจล่วงเกินผู้อื่นได้ ทั้งโดยมีเจตนาและไม่เจตนา ก็ข้าพเจ้าเองยังทำผิดได้ เมื่อผู้อื่นทำอะไรผิดพลาดล่วงเกินไปบ้าง ก็จงให้อภัยแก่เขาเสียเถิด อย่าผูกใจเจ็บหรือเก็บความรู้สึกไม่พอใจนั้นมาขังอยู่ในจิตใจ ให้เป็นพิษเป็นภัยแก่ตัวเองเลย

๑๐. ขอให้ข้าพเจ้ามีความรู้ความเข้าใจและสอนใจตัวเองได้เกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธศาสนา ทั้งทางโลกและทางธรรม กล่าวคือ พระพุทธศาสนาสอนให้รู้จักสร้างความเจริญแก่ตนในทางโลก และสอนให้ประพฤติปฏิบัติยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น ให้มีปัญญาเข้าใจปัญหาแห่งชีวิต เพื่อจะได้ไม่ติดไม่ยึดถือ มีจิตใจเบาสบายอันเป็นความเจริญในทางธรรม

ซึ่งรวมความแล้วสอนให้เข้ากับโลกได้ดี ไม่เป็นภัยอันตรายแก่ใคร ๆ แต่กลับเป็นประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ แต่ก็ได้สอนไปในทางธรรมให้เข้ากับธรรมได้ดี คือให้รู้จักโลก รู้เท่าโลกและขัดเกลานิสัยใจคอให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อบรรลุความดับทุกข์ ความพ้นทุกข์

ขอให้ข้าพเจ้ามีความเข้าใจทั้งทางโลกทางธรรม และ ปฏิบัติตนให้ถูกต้องได้ทั้งสองทาง รวมทั้งสามารถหาความสงบใจได้เองปละสามารถแนะนำชักชวนเพื่อนร่วมชาติร่วมโลก ให้ได้ประสบความสุขสงบได้ตามสมควรเถิด

ความปรารถนาหรือคำอธิษฐานรวม ๑๐ ประการของข้าพเจ้านี้ ข้าพเจ้าตั้งไว้เพื่อเป็นแนวทางเตือนใจหรือสั่งสอนตัวเอง เพราะปรากฏว่าตัวข้าพเจ้าเองยังมีข้อบกพร่อง ซึ่งจะต้องว่ากล่าวตักเตือนคอยตำหนิตัวเองเสมอ ข้าพเจ้าจึงคิดว่าถ้าได้วางแนวสอนตัวเองขึ้นไว้เช่นนี้ เมื่อประพฤติผิดพลาดก็อาจระลึกได้ หรือ มีหลักเตือนตนได้ง่ายกว่าการที่จะนึกว่าข้าพเจ้าดีพร้อมแล้ว หรือเป็นบุคคลที่สมบูรณ์แล้ว ซึ่งนับเป็นความประมาทหรือลืมตัวอย่างยิ่ง  

http://abhidhamonline.org/index_file/pray1.htm





ผู้เข้าถึงพระนิพพานได้โดยง่าย พระพุทธเจ้าองค์ปฐม



ผู้เข้าถึงพระนิพพานได้โดยง่าย พระพุทธเจ้าองค์ปฐม
............................

ในเรื่อง “ผู้เข้าถึงพระนิพพานได้โดยง่าย” นี้ ผมอ่านพบในหนังสือ “ธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้นเล่ม ๑๕” โดยพระพุทธเจ้าองค์ปฐม รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน พระธรรมตอนนี้อยู่ในพระธรรมที่ทรงตรัสสอนไว้ในเดือนธันวาคม ๒๕๔๕ ข้อ ๑๐ แต่ในที่นี้ผมขอนำเสนอข้อ ๑ ถึง๑๐ เลย เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของเนื้อหา และได้ประโยชน์ที่กว้างขวางขึ้น
..................................................
สมเด็จองค์ปฐม ทรงตรัสสอนไว้ มีความสำคัญดังนี้

๑.อะไรที่ทำแล้วเป็นทุกข์ จงอย่าทำ การจะทำอะไรก็ให้ทำไปเถิด เอาความถูกต้อง และเอาความสบายใจเป็นสำคัญ ทั้งนี้จักต้องไม่ขัดต่อศีล-สมาธิ-ปัญญาด้วย หากทำอะไรแล้วเกิดความทุกข์ใจ อึดอัดขัดข้อง จงอย่าทำ เพราะนั่นจักทำให้ขาดทุน ไม่ได้ผลดีในการปฏิบัติธรรมด้วย เรื่องของใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ ระวังอย่าให้กิเลสมาฟอกจิตจนทำให้ไม่สบายใจ

๒. จงหาความจริงที่กายเรา และจิตเราเท่านั้น พยายามอย่าไปยุ่งกับกายผู้อื่น และจิตผู้อื่นให้ดูร่างกายเข้าไว้ จักมีประโยชน์ที่เห็นโทษของความไม่เที่ยงของร่างกาย ซึ่งมีความเสื่อมไปเป็นธรมดาทุกวัน ทุกๆ ขณะจิตร่างกายก็เสื่อมลงไปทุกทีดังนั้น จงเตือนจิตตนเองเข้าไว้ว่า จงอย่าประมาท สิ่งใดเป็นความชั่ว เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง เลือกทำเอาแต่ความดี ใคร่ครวญเสียก่อนจึงค่อยทำเป็นสิ่งที่ดี

๓. การตั้งอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญ ทำใจให้รุ่งเรืองเฟื่องฟูเข้าไว้ จิตจักมีความผ่องใส จงอย่าทำใจให้แฟบ-ท้อแท้-หดหู่-ขาดความสดชื่น และจงรักษากำลังใจให้เป็นสุขเข้าไว้ด้วยการยอมรับกฎของธรรมดา มีอะไรเกิดขึ้นก็ให้ลงธรรมดาเสียให้หมด

๔. บารมี ๑๐ เป็นของสำคัญ รักษากำลังใจไว้ให้ดี อะไรจักเกิดขึ้น ก็ให้ถือว่าเป็นกฎของกรรม ไม่มีใครสามารถที่จักหลีกเลี่ยงกฎของกรรมไปได้ ทุกอย่างให้ลงธรรมดาให้หมดเอาจิตตั้งมั่นให้อยู่กับพระนิพพานเข้าไว้ จงอย่าประมาทในชีวิต ทำอะไรให้คิดหน้าคิดหลังเข้าไว้บ้าง

๕. ให้ยอมรับนับถือกฎของธรรมดาดูร่างกายที่มันไม่เที่ยงเข้าไว้ จักเห็นความแปรปรวนของร่างกายอยู่เป็นปกติ จงอย่ากลัวความไม่เที่ยงของร่างกาย ให้ยอมรับนับถือกฎของธรรมดา คือความไม่เที่ยงของร่างกาย แล้วใจจักเป็นสุขการอยู่ในโลกเราไม่สามารถจักอยู่คนเดียวได้ โลกเขาอยู่กันด้วยสังคม ให้ระมัดระวังตัวให้ดี จักมีอะไรเกิดขึ้นก็ให้ถือว่าเป็นกฎของกรรม อย่าไปต่อล้อต่อเถียงกับใครปล่อยวางให้จิตมีอารมณ์สบาย ๆ นั่นแหละเป็นการวัดผลของการปฏิบัติของใจเราเอง

๖. เห็นทุกข์ จึงจักพ้นทุกข์ได้ ไม่มีจุดใดในโลกนี้ที่มันไม่ทุกข์ ดังนั้นจงอย่ากังวลใจ ก่อนจักหลับจงสำรวมจิตให้เห็นสภาวะของจิตตามความเป็นจริง จักเห็นความฟุ้งซ่านของจิต-เห็นความไม่เที่ยงของจิต-เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฎแก่จิต แล้วให้เห็นหนทางแก้ไขจิต ด้วยกรรมฐานแก้จริตด้วย

๗. คนผิดคนถูกไม่มี มีแต่มาตามกรรม แล้วก็ไปตามกรรมเท่านั้น คิดให้ได้-คิดให้ตก เห็นตามความเป็นจริง จิตก็จักสบายไม่เดือดร้อนไปด้วยกรณีใดๆ ทั้งปวง ดังนั้นอาการไม่ดิ้นรน ไม่เดือดร้อนไปกับกรณีใดๆ ทั้งปวง จัดว่าเป็นของดีให้รักษากำลังใจจุดนี้เอาไว้ว่า จิตเราจักไม่เดือดร้อนกับเรื่องของใครทั้งหมดจักเป็นหรือจักตาย ก็ไม่เดือดร้อนปล่อยวางภาระที่จักต้องไปรับผิดชอบกับเรื่องคนอื่นเขาเสีย ให้เห็นเป็นปกติธรรมของโลก มันเป็นของมันอยู่อย่างนั้นเองจิตที่มีความร้อนระงับได้แล้ว เป็นจิตที่เข้าถึงพระนิพพานได้โดยง่าย

๘. จงอย่างยุ่งกับปฏิปทาของผู้อื่น ทำใจให้สบาย อย่าไปกังวลใจกับใครทั้งปวง ปล่อยวาง ปฏิปทาของใครก็ของมันคิดถูกก็เรื่องของเขา คิดผิดก็เรื่องของเขา จงรักษาใจของตนเองให้เห็นถูกโดยธรรมอยู่เสมอ

๙.โลกพร่องอยู่เป็นนิจ เพราะตกเป็นทาสของตัณหา จงอย่าวุ่นวาย ทำใจให้เห็นธรรมดาของโลกเข้าไว้ โลกนี้วุ่นวายอยู่เป็นนิจ แต่จิตใจอย่าไปวุ่นวายกับโลก ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอนในโลกนี้ มีแต่วุ่นวายด้วยตัณหา ๓ ประการทั้งสิ้น เห็นโลกจงรู้โลก ศึกษาโลก แล้วหวนกลับมาแก้ไขที่จิตใจอย่าไปแก้โลก โลกนี้แก้ไขอะไรไม่ได้ มันเป็นของมันอยู่อย่างนั้นเอง

๑๐. ธรรมภายนอกแก้ไขไม่ได้ ให้แก้ที่ใจตนเองเป็นธรรมภายใน ทำใจให้สบาย เหตุการณ์ใดๆ จักเกิดก็ไม่สามารถจักทำอะไรกับจิตใจที่สบายได้ การรักษาจิตใจให้สบาย จักต้องมีปัญญา พิจารณาทุกอย่างตามความเป็นจริง ใจที่ยอมรับความเป็นจริงก็มีความสบายคนที่มีความสบายใจ จึงเป็นผู้เข้าถึงพระนิพพานได้โดยง่าย

๑๑. อย่าเที่ยวแบกทุกข์ของผู้อื่น เรื่องของใครก็เรื่องของใคร จงอย่าเอาภาระของคนอื่นมาไว้ในใจ ปล่อยวางมันไปเสีย จิตจักมีความสุขไม่วุ่นวายกับใครทั้งสิ้นค่อยๆ ทำไป อย่าเร่งรัด

๑๒. อย่าทำร้ายจิตตนเอง-อย่าเผาจิตตนเอง อย่าทำกำลังใจให้อ่อนแอ จงคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จักทำใจให้ห่อเหี่ยว-ท้อแท้ จิตไม่เป็นสุข เป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ เมื่อเห็นดังนั้นแล้ว จักต้องทำกำลังใจให้เข้มแข็ง ไม่ท้อแท้ อ่อนแอ กระทบกับสิ่งใด ให้รู้ว่านั่นเป็นเรื่องธรรมดาเป็นเรื่องที่แก้ไขอะไรไม่ได้ ในเมื่อเหตุมันเป็นของมันอยู่อย่างนั้นเอง จักต้องไปเดือดร้อนใจไปทำไมกันเล่า ให้รู้จักใช้ปัญญาคิดตามความเป็นจริง และต้องตัดให้รอบคอบด้วย

๑๓. จงอย่าตีตนไปก่อนไข้ ให้มองปัญหาแต่ในปัจจุบันเท่านั้นเป็นพอเรื่องอะไรที่ยังมาไม่ถึง ก็จงอย่าตีตนไปก่อนไข้ แม้กระนั้นก็จงอย่าประมาท พึงเตรียมการสิ่งใดก็ให้ครุ่นคิดอย่างรอบคอบเสียก่อน

๑๔. ทุกข์ของกายห้ามฝืน ในเมื่อเห็นว่าร่างกายมันไปไม่ไหวก็ต้องปล่อยวางในทุกสิ่งทุกอย่าง เอาจิตมาเกาะแต่พระนิพพานจุดเดียวเท่านั้นเป็นพอพิจารณาเพียงว่าจักไม่ประมาทในความตาย เพราะคน-สัตว์ เกิดมาเท่าไหร่ตายหมดเท่านั้น ไม่มีใครหนีความตายไปได้ และทุกๆ ขณะจิตสามารถตายได้เสมอ

รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

.......................................
ข้อมูลจาก
หนังสือ ธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้นเล่ม ๑๕ พระพุทธเจ้าองค์ปฐม รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน พระธรรมตอนนี้อยู่ในพระธรรมที่ทรงตรัสสอนไว้ในเดือนธันวาคม ๒๕๔๕

ต้องขออนุโมทนากับคุณหมอและผู้ที่ร่วมสนับสนุนในการจัดพิมพ์ และเผยแพร่ออกสู่วงกว้างทางอินเตอร์เน็ต ทุกท่าน
.........................................
หนังสือ ธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้นเล่ม ๑๕พระพุทธเจ้าองค์ปฐม.....
ธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้นเล่ม ๑๕ พระพุทธเจ้าองค์ปฐมธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้นเล่ม-๑๕-พระพุทธเจ้าองค์ปฐม-304688.html

หนังสือ ธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้นเล่ม ๑ถึง๑๕ พระพุทธเจ้าองค์ปฐม
หาข้อมูลได้จากเวบนี้ครับ.....
http://www.tangnipparn.com/page_book_all.html

ขอความเจริญในธรรมจงมีแด่ทุกๆท่านครับ

พระพุทธเจ้า 29 พระองค์



รายการหัวเรื่อง พระพุทธเจ้า 29 พระองค์ ดาวน์โหลด

ความเข้าใจเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า

1. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระตัณหังกรพุทธเจ้า

2. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระเมธังกรพุทธเจ้า

3. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระสรณังกรพุทธเจ้า

4.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระปัจฉิมทีปังกรพุทธเจ้า

5.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระโกณฑัญญะพุทธเจ้า

6.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระมังคละพุทธเจ้า

7.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระสุมนพุทธเจ้า

8.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระเรวตพุทธเจ้า

9.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระโสภิตะพุทธเจ้า

10.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า

11.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระปทุมะพุทธเจ้า

12.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระนารทะพุทธเจ้า

13.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระปทุมุตตระพุทธเจ้า

14.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระสุเมธพุทธเจ้า

15.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระสุชาตะพุทธเจ้า

16.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระปิยทัสสีพุทธเจ้า

17.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระอัตถะทัสสีพุทธเจ้า

18.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระธรรมทัสสีพุทธเจ้า

19.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระสิทธัตถพุทธเจ้า

20.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระติสสะพุทธเจ้า

21.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระปุสสะพุทธเจ้า

22.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระวิปัสสีพุทธเจ้า

23.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระสิขีพุทธเจ้า

24.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระเวสสภูพุทธเจ้า

25.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระกกุสันโธพุทธเจ้า

26.พระพุทธเจ้าพระนามว่า พระโกนาคมนะพุทธเจ้า

27.พระพุทธเจ้าพระนามว่า พระกัสสปะพุทธเจ้า

28.พระพุทธเจ้าพระนามว่า พระโคตมะพุทธเจ้า

29.พระพุทธเจ้าพระนามว่า พระศรีอริยเมตไตรยพุทธเจ้า ( พระอนาคตวงศ์ )

พระพุทธเจ้า

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพุทธศานา
ภาพถ่ายของฉัน
แบบบ้าน,แบบสำเร็จรูป